นกขุนแผน(นกสาลิกาดง)/Red-billed Blue Magpie, Blue Magpie (Urocissa erythroryncha)

สิ่งที่น่าสนใจ :

ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะที่เหมือนกัน โดยมีบริเวณหัวถึงลำคอสีดำ ขนบริเวณลำตัวมีสีฟ้าแกมม่วง ส่วนโคนปีกมีสีฟ้าแกมม่วง ด้านปลายปีกสีขาว นกขุนแผนมีหางสวยงามและยาวมาก มีสีฟ้าแกมม่วงส่วนบริเวณปลายหางมีสีขาว มีขนหางคู่บนยาวกว่าคู่อื่น ๆ ปากสีแดง ขาสีแดงส้มและตาสีดำ

ถิ่นอาศัย :

พบในทวีปเอเชียแถบเทือกเขาหิมาลัย จีน พม่า อินโดจีน ในประเทศไทยพบทางภาคต่าง ๆ ยกเว้นภาคใต้ ป่าดต็งระง ผ่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง ป่าสนเขา และป่ารุ่น ตั้งแต่พื้นราบจนกระทั่งความสูง 1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล

อาหาร :

นกขุนแผนกินผลไม้ที่หล่นลงมาบนพื้นดิน หาแมลงและสัตว์เลื้อยคลานเล็กๆ กินเป็นอาหาร รวมทั้งไข่นก ลูกนกด้วย บางครั้งกินนกที่มีขนาดเล็กหรืออ่อนแอกว่า

พฤติกรรม :

ชอบอาศัยอยู่เป็นคู่ หรือรวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ ตามป่าละเมาะ ป่าโปร่ง นกขุนแผนมักส่งเสียงร้องขณะที่มันเริ่มออกหากิน บางเวลามันอาจลงมาหากินตามพื้นดิน ซอกก้อนหิน ซอกไม้ผุๆ

สถานภาพปัจจุบัน :

สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์

อนุกรมวิธาน

CLASS : Aves

ORDER : Passeriformes

FAMILY : Corvidae

GENUS : Urocissa

SPECIES : Red-billed Blue Magpie (Urocissa erythroryncha)

สถานะภาพทางการอนุรักษ์ : สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์

วัยเจริญพันธุ์ :

ฤดูผสมพันธุ์ของนกขุนแผนคือช่วงประมาณเดือนมีนาคม - พฤษภาคม จะทำรังโดยนำกิ่งไม้เล็ก ๆ มาขัดสานกันเป็นแอ่งตรงกลาง และรองพื้นด้วยรากไม้หรือใบไม้ที่มันพอจะหาได้ในบริเวณนั้น นกขุนแผนตัวเมียจะวางไข่ครั้งละ 3-6 ฟอง อยู่สูงจากพื้น 6-8 เมตร

ขนาดและน้ำหนัก :

เป็นนกที่มีขนาดกลาง-ใหญ่ ()75 ซม. รวมทะเงหางซึ่งยาว 47 ซม. หรือมากกว่า

ข้อมูลอ้างอิง :

รายละเอียดเพิ่มเติม

สถานที่ชม :


แก้ไขข้อมูล ณ วันที่ 11 เมษายน 2560